ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา
๑. ชื่อสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอมหาราช
๒. ที่ตั้ง/การติดต่อ เลขที่ - หมู่ที่ ๖ ถนนชาญวิวัฒน์ ตำบลหัวไผ่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รหัสไปรษณีย์ ๑๓๑๕๐
โทรศัพท์ ๐ ๓๕๓๘ ๙๕๐๔ โทรสาร ๐ ๓๕๓๘ ๙๕๐๔ E- mail : maharat.nfe@gmail.com
Website : http://maharat.thai.ac/
๓. สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ประวัติความเป็นมาของสถานศึกษา
ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด เป็นหน่วยงานกลาง แต่มีสำนักงานตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคมีหน้าที่และภารกิจในการจัดการศึกษานอกโรงเรียนทุกรูปแบบให้แก่เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่นอกระบบโรงเรียนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความต้องการของประชาชนกลุ่มเป้าหมายเน้นหนักในพื้นที่ชนบท ๘๐% ซึ่งมักประสบปัญหามีระยะเวลาปฏิบัติงานน้อยเพราะเสียเวลาในการเดินทาง และสูญเสียค่าใช้จ่ายไปกับการเดินทางจำนวนมาก ตลอดทั้งการบริหารงานไม่ต่อเนื่องทั่วถึงในบางจุด เพราะขาดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานโดยตรง จากสภาพปัญหาดังกล่าว กรมการศึกษานอกโรงเรียน จึงได้กำหนดนโยบายให้จังหวัดทุกจังหวัดพิจารณาจัดให้มีศูนย์ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ โดยระยะเริ่มต้นให้จังหวัดพิจารณาตามความเหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เริ่มดำเนินการจัดให้มีศูนย์ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอขึ้นในปี ๒๕๓๑ โดยจัดใน ๒ รูปแบบ คือ
๑. แบบผู้ประสานงานอยู่ประจำอำเภอมุ่งเน้นหลักการปฏิบัติงาน ๓ ด้าน คือด้านบริหาร วิชาการและปฏิบัติการ
๒. แบบผู้ประสานงานไปอยู่ในอำเภอชั่วคราว โดยมุ่งเน้นเพียง ๒ ด้าน คือด้านวิชาการ และปฏิบัติการ
ต่อมาปีงบประมาณ ๒๕๓๖ กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการโดย ดร.รุ่ง แก้วแดง อธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียนได้ประกาศจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอทั่วประเทศ ๖๑๒ อำเภอ และมีคำสั่งกรมการศึกษานอกโรงเรียน ที่ ๙๔/๒๕๓๗
เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ จำนวน ๕๙๖ ราย สั่ง ณ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๓๗ และเริ่มปฏิบัติราชการ ตั้งแต่วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอมหาราช ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอมหาราช เป็นหน่วยงานหลักในการจัดกระบวนการเรียนรู้ในระดับพื้นที่ ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งมีภารกิจและบทบาท หน้าที่ บริหารจัดการ กำกับดูแล ส่งเสริมสนับสนุนและประสานงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบ จัดและให้บริการการศึกษานอกโรงเรียนด้านการยกระดับการศึกษา โดยเป็นสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีบทบาทหน้าที่จัดและให้บริการการศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยในเขตอำเภอมหาราช ให้กับผู้ด้อยโอกาส พลาดโอกาส
และขาดโอกาสทางการศึกษา และนอกจากนี้ยังเป็นหน่วยจัดการศึกษานอกระบบตามความต้องการและสภาพปัญหาของท้องถิ่น และชุมชน
เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๑ ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงมีผลให้เปลี่ยนชื่อสถานศึกษาใหม่เป็น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอมหาราช เรียกโดยย่อว่า "กศน.อำเภอมหาราช"
แบ่งโครงสร้างการบริหารงานออกเป็น ๓ กลุ่มงาน ประกอบด้วย กลุ่มอำนวยการ กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ และกลุ่มภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ
ปัจจุบันมี นายบุญรอด แสงสว่าง เป็นผู้อำนวยการสถานศึกษา

กศน.อำเภอมหาราช มีทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดการศึกษา ดังนี้
ด้านอาคารสถานที่
๑) อาคารที่ทําการ กศน. อําเภอ ๑ แห่ง
๒) อาคารห้องสมุดประชาชนอําเภอ ๑ แห่ง
๓) สถานที่จัดการเรียนการสอน กศน.ตําบล ๑๒ แห่ง
ด้านสาธารณูปโภคและสิ่งอํานวยความสะดวก
๑) ไฟฟ้า
๒) น้ำประปา
๓) โทรศัพท์
๔) ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วย กศน.อําเภอมหาราช กศน.ตำบล บ้านนาและห้องสมุดประชาชนอำเภอมหาราช
๕) คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ประกอบด้วย กศน.ตําบลโรงช้าง
๖) อุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม กศน.ตำบล ๑๒ แห่ง
บทบาทหน้าที่
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอมหาราช เป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีสายงานบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีบทบาทภารกิจในการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนที่อยู่นอกระบบโรงเรียนในเขตพื้นที่อำเภอมหาราช ให้ได้รับการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน ดังนี้
๑. จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบ ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
๒. จัดการศึกษาต่อเนื่อง ประกอบด้วย
- การศึกษาโครงการศูนย์ฝึกอาชีพ (อาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ)
- การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
- การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน
- การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
๓. จัดการศึกษาตามอัธยาศัย ประกอบด้วย
- กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
- ห้องสมุดเคลื่อนที่สู่ชุมชน/ห้องสมุดชาวตลาด
- ส่งเสริมการอ่านในบ้านหนังสือชุมชน
ลักษณะที่ตั้ง/สภาพภูมิประเทศ
อำเภอมหาราช เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในสมัยเดิมการปกครองราชการส่วนภูมิภาค เป็นการปกครองในรูปของ “แขวง” ซึ่งอำเภอมหาราชนั้น เรียกว่า "แขวงนครใหญ่" ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๕๗ ได้มีพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ขึ้น จึงได้เปลี่ยนแปลงการปกครองรูปของแขวงมาเป็นอำเภอเรียกว่า "อำเภอนครใหญ่" ตามชื่อแขวงเดิม โดยแบ่งการปกครองเป็น ๑๖ ตำบล ต่อมากระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงชื่ออำเภอให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และชื่อตำบลบางตำบลของอำเภอ โดยในเขตท้องที่ของอำเภอนครใหญ่นี้ มีตำบลหนึ่งที่มีชื่อว่า "ตำบลมหาราช" ดังนั้นจึงเปลี่ยนจาก "อำเภอนครใหญ่" เป็น "อำเภอมหาราช" และเรียกจนมาถึงปัจจุบันนี้
อำเภอมหาราช มีการปกครองท้องที่ แบ่งออกเป็น ๑๖ ตำบล ในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ทางราชการได้ยกฐานะตำบลบ้านแพรก ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอมหาราชขึ้นเป็นกิ่งอำเภอให้ชื่อว่า "กิ่งอำเภบ้านแพรก" และโอนตำบลบ้านแพรก ตำบลสพะเนียง ตำบลคลองน้อย และตำบลบ้านโพ
ไปขึ้นอยู่ในการปกครองของกิ่งอำเภอบ้านแพรกจนกระทั้ง พ.ศ.๒๕๐๒ (๑๐ ธันวาคม ๒๕๐๒) จึงยกฐานะกิ่งอำเภอบ้านแพรกเป็นอำเภอ
ปัจจุบันอำเภอมหาราช แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๒ ตำบล ๕๘ หมู่บ้าน
อำเภอมหาราช ตั้งอยู่ที่ถนนชาญวิวัฒน์ หมู่ที่ ๖ ตำบลหัวไผ่ มีอาณาเขตพื้นที่ทั้งหมด ๑๒๐.๑๕๖ ตารางกิโลเมตร พื้นที่ ๗๕,๐๙๗.๕ ไร่ ห่างจากตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร
อาณาเขตติดต่อ
- ทิศเหนือ ติดต่อ อำเภอบ้านแพรก
- ทิศใต้ ติดต่อ อำเภอบางปะหัน
- ทิศตะวันออก ติดต่อ อำเภอนครหลวง และอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี
- ทิศตะวันตก ติดต่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง
ภูมิประเทศ
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง สภาพดินเป็นดินร่วนและดินเหนียวซึ่งมีสภาพสมบูรณ์ เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรมโดยมีแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำที่สำคัญไหลผ่าน ในฤดูแล้งน้ำในแม่น้ำ ลำคลองจะแห้งขอด และฤดูฝนจะมีน้ำหลากท่วมในพื้นที่ทำการเกษตร แม่น้ำลำคลองที่ไหลผ่านมีดังนี้
๑) แม่น้ำลพบุรี
๒) คลองบางแก้ว
๓) คลองบางพระครู
สภาพดินฟ้าอากาศ
สภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมถึงในฤดูฝน ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนตุลาคม จะมีฝนตกชุก มีปริมาณน้ำฝนพอประมาณ แต่ถ้าในบางปี
มีฝนตกชุกมาก รวมทั้งมีปริมาณน้ำทางภาคเหนือที่ไหลมามีปริมาณมาก ก็จะทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ส่วนในฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ สภาพอากาศจะไม่หนาวเย็นมากนัก สำหรับในฤดูแล้งระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนมิถุนายน อากาศจะร้อนและแห้งแล้งมาก
การบริหารปกครอง
การปกครองส่วนภูมิภาค อำเภอมหาราช แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๒ ตำบล ๕๘ หมู่บ้าน ได้แก่
๑. หัวไผ่ (Hua Phai) จำนวน ๖ หมู่บ้าน ๒. กะทุ่ม (Kathum) จำนวน ๕ หมู่บ้าน
๓. มหาราช (Maha Rat) จำนวน ๔ หมู่บ้าน ๔. น้ำเต้า (Namtao) จำนวน ๔ หมู่บ้าน
๕. บางนา (Bang Na) จำนวน ๕ หมู่บ้าน ๖. โรงช้าง (Rong Chang) จำนวน ๔ หมู่บ้าน
๗ เจ้าปลุก (Chao Pluk) จำนวน ๕ หมู่บ้าน ๘. พิตเพียน (Phitphian) จำนวน ๗ หมู่บ้าน
๙. บ้านนา (Ban Na) จำนวน ๖ หมู่บ้าน ๑๐. บ้านขวาง (Ban Khwang) จำนวน ๔ หมู่บ้าน
๑๑. ท่าตอ (Tha To) จำนวน ๔ หมู่บ้าน ๑๒. บ้านใหม่ (Ban Mai) จำนวน ๔ หมู่บ้าน
การปกครองส่วนท้องถิ่น มีจำนวน ๗ แห่ง ได้แก่
๑) เทศบาลตำบลมหาราช รับผิดชอบตำบลหัวไผ่
และตำบลมหาราช
๒) เทศบาลตำบลโรงช้าง รับผิดชอบตำบลโรงช้าง ตำบลเจ้าปลุก ตำบลพิตเพียน และตำบลน้ำเต้า
๓) องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอ
รับผิดชอบตำบลท่าตอ
๔) องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่
รับผิดชอบตำบลบ้านใหม่
๕) องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านขวาง
รับผิดชอบตำบลบ้านขวาง
๖) องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา
รับผิดชอบตำบลบ้านนา
๗) องค์การบริหารส่วนตำบลบางนา
รับผิดชอบตำบลบางนา และตำบลกะทุ่ม
ปัจจุบันมีจำนวนประชากร จำนวน ๑๘,๕๑๙ คน
แยกเป็น เพศชาย ๘,๕๔๔ คน เพศหญิง ๙,๙๗๕ คน
จำนวน ๖,๕๑๙ หลังคาเรือน (ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอมหาราช มิถุนายน ๒๕๖๐)
สภาพชุมชน (สภาพเศรษฐกิจ สังคม ประเพณี วัฒนธรรม ความร่วมมือของชุมชนที่มีต่อสถานศึกษา)
สภาพทางเศรษฐกิจ
ราษฎรส่วนใหญ่ปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ริมน้ำ ลำคลอง โดยมีพื้นที่เกษตรอยู่ด้านในแนวคันกั้นน้ำซึ่งราษฎรใช้ประโยชน์กับพื้นที่ในการประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ทำการประมง
และเลี้ยงสัตว์
ด้านการเงิน
อำเภอมหาราช มีธนาคาร จำนวน ๒ แห่ง คือ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สภาพทางสังคม
๑. ด้านการศึกษา มีสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกศาพระนครศรีอยุธยา เขต ๑ จำนวน ๑๔ โรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓ จำนวน ๑ โรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา จำนวน ๑ แห่ง
และสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน ๑ แห่ง
๒. ด้านสาธารณสุข มีโรงพยาบาล ๑ แห่ง และมีสถานีอนามัย จำนวน ๑๒ แห่ง
๓. ด้านศาสนาและวัฒนธรรม มีวัด จำนวน ๒๗ แห่ง เป็นวัดร้างจำนวน ๑๒ แห่ง และโบราณสถาน ๑ แห่ง คือ พระตำหนักเจ้าปลุก ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ ๙๙ และนับถือศาสนาอื่นร้อยละ ๑ ประเพณีวัฒนธรรมส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
๔. ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีสถานีตำรวจ ๒ แห่ง คือ สถานีตำรวจภูธรมหาราช และสถานีตำรวจภูธรโรงช้าง
โดยมีคำขวัญอำเภอมหาราชที่แสดงให้เห็นถึงศูนย์รวมของวัฒนธรรมในชุมชนว่า
มหาราช “แขวงนครใหญ่” หลากหลายวัฒนธรรม
ลุ่มน้ำสามสาย แหล่งขายพริกมัน
จักสานไม้ไผ่ ตำหนักไทยเจ้าปลุก
สภาพปัญหา
๑. ปัญหาความยากจน ประชาชนมีรายได้น้อย ว่างงาน ขาดการส่งเสริมด้านอาชีพ และอาชีพเสริม
๒. ปัญหาด้านผู้สูงอายุ และคนพิการขาดคนดูแล
๓. ปัญหาผู้เรียนออกกลางคัน
๔. ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เพื่ออุปโภค และบริโภค
๕. ปัญหามลพิษจากการใช้สารเคมีในพื้นที่การเกษตร และบริเวณใกล้แหล่งน้ำ
๖. ปัญหายาเสพติดในชุมชน
๗. ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ
๘. ปัญหาไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง
๙. ปัญหาขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน
แนวทางแก้ไข
ใช้แผนจุลภาคในการวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน และนำมาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
และชุมชนด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสม อาทิ
๑. ด้านสังคม ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
และส่งเสริมให้ผู้เรียนและชุมชนปฏิบัติตามค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ตลอดจนการสนับสนุนการจัดกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุ
และคนพิการ
๒. ด้านการศึกษา ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการให้กับ
กลุ่มผู้ด้อย ผู้พลาด และผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา
๓. ด้านเศรษฐกิจ ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมการศึกษา
เพื่อพัฒนาอาชีพ โดยส่งเสริม สนับสนุนหมู่บ้าน/ชุมชนจัดตั้งกลุ่มอาชีพ การฝึกอบรมด้านอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย
๔. ด้านการเกษตร ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดการศึกษาการทำการเกษตรแบบยั่งยืน รณรงค์ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี
หันมาใช้วัสดุและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยคอก (มูลสัตว์) น้ำยาขจัดศัตรูพืช ปุ๋ยอินทรีย์หรือชีวภาพ อย่างเป็นรูปธรรม